BEOGAMING : โรเมลู ลูกากู เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับสโมสร อันเดอร์เลชท์ ซึ่งเป็นสโมสรในประเทศบ้านเกิด จากนั้นเขาก็ถูก เชลซี ดึงตัวเข้ามาเล่นในอังกฤษเมื่อปี 2011 พร้อมกับปล่อยตัวให้ เวสต์ บรอมวิช ยืมตัวไปใช้งาน จากนั้นก็เป็นเอฟเวอร์ตัน

BEOGAMING : โรเมลู ลูกากู 1 ใน 5 กองหน้าที่ดีที่สุดในโลก

BEOGAMING : ในปัจจุบัน ลูกากู ศูนย์หน้าชาว เบลเยียม กลายเป็น 1 ใน 5 กองหน้าที่ดีที่สุดในโลก สำหรับแฟนบอลที่ติดตามข่าวคงจะเห็นด้วยสำหรับคำชื่นชมนี้ แต่ถ้าหากย้อนกลับไปในอดีตหลายคนคงไปได้หัวเราะ ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่ายังคงติดภาพจำในอดีต สมัยที่เขาค้าแข้งอยู่กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นกองหน้าที่ส่งบอลช้า ไม่มีความเร็ว ยิงไม่คม ตัวใหญ่อืดอาด

ในความเป็นจริงแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชีวิตการค้าแข้งของเจ้าตัวถือว่ามีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา ในสมัยที่เป็นดาวรุ่ง เขาถือเป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติครบเครื่องมากที่สุดบนเกาะอังกฤษ ในการจะเป็นกองหน้าชั้นนำบนพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะในช่วงที่ค้าแข้งให้กับสโมสร เอฟเวอร์ตัน ในปี 2014  เจ้าตัวเคยระเบิดฟอร์มด้วยการยิงไปได้ถึง 25 ลูก จากการลงสนาม 37 เกม ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจทุ่มเงินสูงถึง 75 ล้านปอนด์ คว้าตัว ลูกากู เข้ามาเสริมคมในแดนหน้า ซึ่งเจ้าตัวก็เลือกสวมใส่เสื้อแข่งหมายเลข 9 ต่อจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

แต่ในสีเสื้อของปีศาจแดง ลูกากู กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนอย่างที่แฟนบอลคาดหวังไว้ กลายเป็น 2 ฤดูกาลที่ย่ำแย่ในชีวิตการคาแข่งของเขา จนกลายเป็นจุดบอดของทีม ถึงขนาดแฟนบอลมอบสมญานามว่าเป็น พี่ตู้เย็น ที่หมายถึง เขาเป็นตัวถ่วงของทีม ที่เชื่องช้า วิ่งไม่ทัน คู่แข่ง เมื่อไหร่ที่มี ลูกากู ลงสนามก็เหมือนเป็นการต่อให้ทีมฝั่งตรงข้ามมีตัวผู้เล่นมากกว่า

เพราะ 1ในปัญหาที่ทำให้ ลูกากู ฟอร์มตกอย่างเห็นได้ชัดนั่นก็คือ ปัญหาเรื่องการควบคุมน้ำหนัก ที่เจ้าตัวไม่สามารถแก้ได้ จนกลายเป็นผู้เล่นที่วิ่งได้ช้าลงกว่านักเตะฝั่งตรงข้าม จนในที่สุดเขาก็ต้องแยกทางกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งทำให้เจ้าตัวเริ่มหมดความมั่นในในชีวิตการค้าแข้งไปพอสมควร

จากนั้นไม่นาน อินเตอร์ มิลาน  ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ได้คว้าตัวเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัวราว 80 ล้านยูโร พร้อมด้วยสัญญายาว 5 ปี และรับค่าเหนื่อย 8.5 ล้านยูโร การย้ายมาที่สโมสรแห่งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ ลูกากู อย่างแท้จริง เขาเปิดตัวด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่เหมือนเดิม ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ด้วยการยิงไป 9 ประตู จาก 11 นัด ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะคนที่ 2 ต่อจาก โรนัลโด เคยทำไว้ในฤดูกาล 1997 – 1998 ที่สามารถทำประตูได้รวดเร็วที่สุดในลีก

ฟอร์มกาลเล่นของ ลูกากู ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อจบฤดูกาลแรกยิงไปตูรวมได้ถึง 34 ประตู เขากลายเป็นกองหน้าคนเดิมที่มีการทำประตูที่เฉียบคม กระชากบอลหนีกองหลังฝั่งตรงข้ามจนวิ่งตามไม่ทัน จนเป็นศูนย์หน้าที่มีความอันตรายมากกว่าเคย ส่งผลให้ อินเตอร์ มิลาน มีคะแนนอยู่บนหัวตาราง กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นดาวซัลโวของลีกอีกด้วย  ณ เวลานี้เรียกได้ว่า ลูกากู กลายผู้เล่นหลักของ อินเตอร์ มิลาน และเป็นหัวใจในเกมรุกที่จะขาดไม่ได้

จากจุดเริ่มต้นตั้งแต่เขาเดินทางมาถึง อินเตอร์ มิลาน  ลูกากู ใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเรียกฟอร์มเทพของตัวเองกลับคืนมา หวังลบคำสบประมาทที่เคยโดนไว้สมัยที่เล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนในตอนนี้ ลูกากูกำลังจะกลายเป็น 1 ใน 5 กองหน้าที่ดีที่สุดในโลก ที่ปัจจุบันมี คริสเตียโน่ โรนัลโด – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช – ลีโอเนล เมสซี่ – และอีกหลายคน ที่ได้รับการยกย่องอยู่

ในนามทีมชาติเบลเยียม ลูกากูกลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูสูงสุดตลอดกาลเขาลงเล่นทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2010 ด้วยวัย 17 ปี หลังจากนั้น เขาได้ลงเล่นในฟุตบอลโลก 2 ครั้ง และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปอีกหนึ่งครั้ง สำหรับในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018ลูกากูมีส่วนช่วยให้เบลเยียมจบอันดับที่ 3 เขาเป็นผู้ทำประตูสูงสุดอันดับที่2  และได้รับรางวัลรองเท้าทองแดงในรายการนั้นมาครอง

บทความจาก : BEOGAMING BEO555

essleyroofing.com